มูลนิธิดำรงชัยธรรม
ดูปฏิทินกิจกรรมทั้งหมด

ประกวดภาพถ่ายในหัวข้อ “Power of Human Energy”
ให้พลังจากภาพถ่ายของคุณ ร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจ เฉลิมฉลองให้ทุกหัวใจคนไทย เชื่อมั่นในพลังของทุกคน ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท เปิดรับภาพตั้งแต่บั...
ดูทั้งหมด

 
หน้าหลัก | ติดต่อเรา
 
 

EnJoy DM

มุมแนะแนวสบายๆ สไตลพี่-น้อง
จำนวนบทความ
2 บทความ
คะแนนโหวต
911 คะแนน
จำนวนเปิดอ่าน
35023 ครั้ง

- เทคนิค SQ3R เพื่อการอ่านหนังสืออย่างมีประสิทธิภาพ
(ลงเมื่อวันที่ 2011-03-17 16:18:08 จำนวนที่เปิดอ่าน 32210 ครั้ง)


              น้องๆหลายคนอาจจะเคยมีปัญหาเกี่ยวกับการอ่านหนังสือว่า.. อ่านยังไงก็จำไม่ได้ หรือจำได้แป๊ปเดียวก็ลืมแล้ว.. ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนี้อาจจะมาจากการที่เรายังไม่มีหลักในการอ่านหนังสือที่ดี หรือ ยังขาดสมาธิในการอ่านหนังสือก็เป็นได้ พี่จอยจึงอยากเสนอเทคนิคการอ่านหนังสือแบบ SQ3R มาเป็นทางเลือกให้น้องๆได้ยึดเป็นหลักในการอ่านหนังสือนะคะ .. 
               เทคนิคการอ่านหนังสือแบบ SQ3R พัฒนาขึ้นโดยศาสตราจารย์ Francis B.Robinson ศาสตราจารย์ทางจิตวิทยาแห่ง Ohio State University มีเทคนิคง่ายๆ 5 ขั้นตอน ดังนี้
S = Survey สำรวจ
Q = Question ตั้งคำถาม
R = Read อ่าน
R = Recite ท่อง 
R = Review ทบทวน
อธิบายเพิ่มเติม ได้ว่า
        1.สำรวจ (Survey) ทำได้ง่ายๆคือ เมื่อเราจะอ่านหนังสือสักเล่มหนึ่ง อย่างหนังสือเรียน ก็ควรจะเริ่มสำรวจหนังสือเล่มนั้น เพื่อดูแนวทางกว้างๆก่อน โดยอ่านคำนำ สารบัญ จากนั้นสำรวจบทต่างๆของหนังสือ โดยดูหัวข้อใหญ่ หรือบทย่อหน้าสรุปของแต่ละบท เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าหนังสือเล่มนี้มีคุณค่าและตรงกับความต้องการของเราหรือไม่ ซึ่งการสำรวจเปรียบเสมือนแผนที่บอกเราล่วงหน้าว่ากำลังจะไปทางไหน และจะไปพบอะไรข้างหน้า ช่วยให้เตรียมคำถามได้ถูก
       2. ตั้งคำถาม (Question) เมื่อเราได้สำรวจเบื้องต้นแล้ว ก็ควรจะตั้งคำถามตนเองเกี่ยวกับเรื่องที่ผ่านสายตาว่า มีเนื้อหาอะไรบ้าง หัวข้อแต่ละบทนั้นหมายความว่าอะไร คำถามที่ตั้งไว้ก็จะเป็น ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ที่เราต้องตั้งคำถามก็เพื่อเป็นการบังคับให้ใจจดจ่ออยู่กับเรื่องที่จะศึกษา และรู้จักประมวลความรู้ในเรื่องนั้นเสียก่อนที่จะศึกษารายละเอียดต่อไป
       3.อ่าน (Read) จะเป็นการอ่านอย่างละเอียด เพื่อหาคำตอบให้กับคำถามที่ตั้งไว้ ในการอ่านจะต้องรู้ว่าอะไรคือความคิดหลักของบทนั้นๆ และอย่ามองข้ามพวกภาพตารางหรือกราฟที่อธิบายเรื่องต่างๆ เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าใจและจดจำได้รวดเร็วขึ้น
       4..ท่อง (Recite) หลังจากที่เราอ่านจบในแต่ละบท แต่ละหัวข้อแล้ว ให้หยุดเป็นระยะจากนั้นพยายามทบทวนความจำว่าอ่านอะไรไปบ้าง การท่องเพื่อทวนความจำนี้คือการรวบรวมวิชาความรู้เข้าไปเก็บไว้ในสมองอย่างถาวร
        5. ทบทวน (Review) คือการตรวจสอบความถูกต้องในการจำสิ่งที่ผ่านไปแล้ว เป็นสิ่งสำคัญในการเรียนที่ควรปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอให้เป็นกิจนิสัย โดยการปฏิบัติ 4 ขั้นตอนดังกล่าวซ้ำอีกครั้งหนึ่ง และการทบทวนเที่ยวแรกควรทำภายหลังอ่านหนังสือเล่มนั้นจบโดยเร็วที่สุด
            เมื่ออ่านเทคนิคการอ่านนี้จบแล้ว น้องๆลองหยิบหนังสือมาสักเล่มแล้วเปิดอ่าน โดยนำเทคนิค SQ3R มาใช้ในแต่ละขั้นตอน ...ที่สำคัญสิ่งที่น้องๆจะต้องมีเสริมเข้าไปก็คือ สมาธิที่มุ่งมั่นและไม่วอกแวกไปกับสิ่งเร้ารอบตัว ..หากได้ผลอย่างไรก็อย่าลืมนำมาบอกต่อด้วยนะคะ
 

djdada
ตั้งเมื่อ : 2011-03-22 17:55:23 #1
ความจำหนูสั้นค่ะพี่จอย หนูควรทำไงดีคะ
  ! แจ้งลบแล้ว !

EnJoy DM
ตั้งเมื่อ : 2011-03-23 13:37:44 #2
สำหรับคำถามที่หนู djdadaถามมาว่า ถ้าความจำสั้น จะทำไงดี ..ซึ่งปัญหานี้อาจจะเป็นปัญหาของใครๆอีกหลายคนเช่นกัน วันนี้พี่จอยเลยมีเทคนิคการจำมาบอกต่อค่ะ ทำดังนี้นะคะ 1. ที่ความจำสั้นหรือจำไม่ได้ เพราะเราอาจจะจำในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ ฉะนั้นเวลาที่จะจำอะไรเราจะต้องเข้าใจกับเนื้อหานั้นให้ได้เสียก่อน (ไม่เข้าใจ อย่าจำและเลือกจำสิ่งที่เข้าใจ ) 2. พยายามเชื่อมโยงเนื้อหาใหม่ๆกับสิ่งที่ได้เรียนไปแล้ว 3. จัดเนื้อหาที่เราจะจำอย่างมีระบบขั้นตอน เช่น ใช้แผนภูมิ แผนภาพหรือตารางเข้าช่วย คล้ายๆการจดโน้ตย่อหรือทำสัญลักษณ์เพื่อให้เราเข้าใจ และจดจำได้ง่าย 4. การท่อง,การเขียน หรือการทบทวนซ้ำๆหลายๆครั้งจะช่วยให้เราจำได้มากขึ้นนะคะ ลองนำ 4 เทคนิคเพิ่มการจำไปปฏิบัติดูนะคะ ว่าแต่ว่า... จำได้หรือเปล่าเอ่ย (^___^ )
  ! แจ้งลบแล้ว !

djdada
ตั้งเมื่อ : 2011-03-24 10:01:58 #3
ปัญหาของหนู 1. หนูชอบจำในสิ่งที่หนูไม่อยากจำ ทั้งๆ ที่หนูก็ไม่เข้าใจมันอ่ะค่ะ 2. หนูเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ ไม่เก่ง หนูทำไม่ได้ 3. หนูใช้แผนภูมิต่างๆ ไม่เป็น 4. หนูจำไม่ได้ว่าหนูต้องท่อง หนูต้องทบทวน หนูชอบลืมตลอดเลยค่ะ พี่ช่วยหนูด้วยนะคะ
  ! แจ้งลบแล้ว !

Slogan
ตั้งเมื่อ : 2011-03-24 10:07:21 #4
พี่จอยหนูก็มีปัญหาค่ะ คือ นอกจากจำที่อ.สอนไม่ได้แล้วหนูอ่านหนังสือไม่ทันสอบ เพื่อนๆ มักทักว่าแก จะเว้นไว้เพื่ออะไร เพื่อนไม่เข้าใจหนูว่าหนูอ่านไม่ทัน เศร้าค่ะ
  ! แจ้งลบแล้ว !

EnJoy DM
ตั้งเมื่อ : 2011-03-24 11:33:44 #5
ก่อนอื่นต้องขอชมหนูdjdadaนะคะ ว่า หนูสามารถจดจำข้อเสียของตัวเองได้ดีมาก และสามารถสื่อสารออกมาให้พี่รู้ได้ว่าหนูกำลังมีปัญหาอะไร อย่างข้อ1 ที่หนูชอบจำในสิ่งที่ไม่อยากจำและไม่เข้าใจ ข้อนี้พี่อยากให้หนูยกตัวอย่างเได้ไหมคะ ว่าเรื่องอะไรที่หนูไม่อยากจำและไม่เข้าใจแต่หนูจำ พอที่พี่จะได้เห็นแนวทางในการแก้ไขค่ะ เพราะบางเรื่องที่หนูสมองหนูบอกไม่อยากจำ แต่จริงๆแล้วใจหนูอยากจะจดจำก็เป็นได้ และข้อที่ 2 หนูเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆไม่เก่ง หนูทำไม่ได้ อันนี้ต้องถามกลับว่า ทำไมถึงคิดว่าตัวเองทำไม่ได้เอ่ย เคยทำลองทำแล้วหรือ งั้นลองดูละครแล้วเอามาเล่าให้เพื่อนฟัง หรืออ่านหนังสือแนวที่หนูชอบแล้วมาเล่าต่อ เพื่อเป็นการฝึกการเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆมาถ่ายทอด อันนี้สมองเราก็จะจำไปด้วย ส่วนข้อที่3และข้อที่4 ขอตอบรวมเลยนะคะว่า หนูต้องหาที่สิ่งที่หนูถนัดซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นแผนภูมิก็ได้ อาจจำโดยวาดรูปหรือจดบันทึกอย่างละเอียด โดยหาสมุดบันทึกติดตัวตลอดเวลา ลองทำดูหลายๆวิธีแล้วอาจจะพบวิธีการจำที่เหมาะสมกับตัวเองนะคะ
  ! แจ้งลบแล้ว !

EnJoy DM
ตั้งเมื่อ : 2011-03-25 13:37:04 #6
โอ๋ๆๆน้องSlogan อย่าเพิ่งเศร้านะคะ คิดมาก เศร้ามาก เดี๋ยวหน้าแก่น๊า ^^ มาตอบปัญหากันดีกว่า ที่หนูถามพี่ว่า นอกจากจะจำที่อาจารย์สอนไม่ได้แล้ว หนูยังอ่านหนังสือไม่ทันสอบด้วย ....วิธีแก้ทุกปัญหาน้องต้องหาสาเหตุของปัญหาก่อนนะจ๊ะ อย่างปัญหาที่หนูอ่านหนังสือไม่ทัน เพราะ ....เช่น หนูอ่านหนังสือช้า,หนูมาอ่านหนังสือก่อนสอบวันเดียว,หรือหนูต้องทำงานพิเศษ เป็นต้น อันนี้น้องSloganลองหาสาเหตุนะคะ แล้วอาจจะแก้ที่สาเหตุได้ หรือมีทางแก้อีกวิธีหนึ่ง คือ การทำตารางเวลาบันทึกกิจวัตรประจำวันของเรา เพื่อให้รู้ว่าแต่ละวันเราใช้เวลาทำอะไรไปบ้าง อันนี้จะเป็นภาพสะท้อนตัวเราเองได้เป็นอย่างดี ว่าเราใช้เวลาในการอ่านหนังสือมากน้อยแค่ไหน แล้วเสียเวลาไปกับสิ่งใดมากที่สุด หลังจากนั้นจัดสรรเวลา ทำตารางการอ่านหนังสือ ว่าเราจะอ่านหนังสือในช่วงเวลาใดบ้าง เช่น ตั้งไว้ว่าก่อนนอนจะอ่านหนังสือ 1 ชั่วโมงทุกวัน หรือถ้าอ่านไม่ทันก็อาจจะเพิ่มเป็น 2 ชั่วโมง ลองนำไปทำดูก่อนะคะ ส่วนปัญหาเรื่องที่จำที่อาจารย์สอนไม่ได้ สาเหตุหลักน่าจะมาจากความไม่รู้ ไม่เข้าใจ ฉะนั้นถ้าหนูข้องใจหรือสงสัยตรงบทเรียนไหน ก็ควรถามอาจารย์เพื่อให้เกิดความกระจ่างนะคะ ^^
  ! แจ้งลบแล้ว !

Hathairat
ตั้งเมื่อ : 2011-03-30 19:03:32 #7
ขอบคุณสำหรับข้อความดีๆที่มีประโยชน์นะค่ะ พี่จอย หนูสามารถทำได้ 3 ข้อ ค่ะ คือ 3.อ่าน (Read) 4.ท่อง (Recite) 5. ทบทวน (Review) ค่ะ หนูยังมีข้อสงสัยอีกค่ะ ว่า อาหารและการพักผ่อน มีส่วนช่วยในเรื่องของความจำ มากน้อยเพียงไรค่ะ
  ! แจ้งลบแล้ว !

นายแมน คล้ายสุวรรณ
ตั้งเมื่อ : 2011-04-06 16:11:09 #8
มีปัญหาทางด้านการอ่านจำใจความอยู่รวมถึงฟังจับำใจความจะลองไปทำดู
  ! แจ้งลบแล้ว !

EnJoy DM
ตั้งเมื่อ : 2011-04-08 15:47:59 #9
ดีมากเลยค่ะ น้องHathairat ทำได้ตั้ง 3 ข้อ เกินครึ่งแล้วจ้า สามารถนำทคนิคเหล่านี้ไปใช้ได้ตลอดเลยนะคะ ส่วนที่ถามเพิ่มเติมว่า อาหารและการพักผ่อนช่วยในเรื่องของความจำมากน้อยเพียงไรนั้น พี่จอยคิดว่า มีส่วนอย่างมาก อย่างการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ ผู้ใหญ่ควรนอนวันล่ะประมาณ 8 ชม. เด็กมัธยมต้น ควรนอนวันล่ะ 9.25ชม.แและเด็กมัธยมปลายควรนอนวันละ 8.5 ชม.การนอนหลับก็จะเหมือนการเคลียร์สมองให้สดชื่นเพื่อเตรียมรับข้อมูลใหม่ได้อย่างเต็มที่ เมื่อมาเรียนหรืออ่านหนังสือ เราก็จะไม่ง่วง งัวเงีย อารมณ์แจ่มใส สมองปลอดโปร่ง ในทางตรงกันข้ามถ้านอนหลับไม่เพียงพอ อดหลับอดนอน เราก็จะงัวเงีย สัปหงก อารมณ์ขุ่นมัว ขาดสมาธิและไม่เปิดรับสิ่งใหม่ๆเข้ามา ในส่วนของอาหารนั้น เราควรจะกินให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป อาจเน้นในส่วนของผักและผลไม้ เพิ่มเติมอีกเล็กน้อยในเรื่องของวิตามินที่จะช่วยในการทำงานของระบบประสาท ก็คือ วิตามินบี12 ซึ่งจะมีอยู่ในตับ นม ไข่ เนย และ วิตามินบี1 ซึ่งจะมีอยู่ในข้าวกล้อง และเห็ดฟางค่ะ ^-^
  ! แจ้งลบแล้ว !

EnJoy DM
ตั้งเมื่อ : 2011-04-08 16:06:42 #10
สำหรับน้องแมน ลองนำเทคนิค SQ3Rไปปรับใช้ดูในการอ่านจับใจความได้เลยนะคะ แล้วมีผลยังไง มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ค่ะ ^^
  ! แจ้งลบแล้ว !

นายแมน คล้ายสุวรรณ
ตั้งเมื่อ : 2011-06-12 16:39:09 #11
เริ่มดีขึ้นแล้ว
  ! แจ้งลบแล้ว !

ideadex
ตั้งเมื่อ : 2011-10-22 16:23:36 #12
บางทีก็เป็นคนที่เบื่อง่าย ความจำก็ใช่ว่าจะดี แถมยังหงุดหงิดง่ายครับ
  ! แจ้งลบแล้ว !
COMMENT
# ถ้าท่านต้องการแสดงความคิดเห็น กรุณาสมัครเป็นสมาชิกกับเราก่อน ........ สมัคร
 
 
 
มูลนิธิดำรงชัยธรรม เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล ลำดับที่ 643 ของประกาศกระทรวงการคลังฯ
เลขที่ 50 จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส ถ.สุขุมวิท21(อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
©2008 ALL Rights Reserved. Damrongchaitham Foundation